การประชุมพระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่

15 กุมภาพันธ์ 60
หากย้อนกลับไปเมื่อสองพันหกร้อยกว่าปีที่ ล่วงมาแล้วในชมพูทวีป ไม่มีใคสงสัยว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พุทธสาวกด้วยภาษาบาลี ทุกคนฟังเข้าใจทำให้พระพุทธศาสนาแพร่กระจายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่หากมาในสมัยปัจจุบันยังมีคนพูดจากันด้วยภาษาของพระพุทธเจ้าคือภาษาบาลี จะเป็นอย่างไร จะมีสักกี่คนที่ฟังแล้วเข้าใจบ้าง นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ก่อให้เกิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการพระพุทธศาสนานานา ชาติ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเรื่อง พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่(ภาคภาษาบาลี) ที่ตึก สว ธรรมนิเวศ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร

การประชุวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติภายใต้หัวข้อ “พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่” โดยวิทยากรจากหลายประเทศนำเสนอผลงานทางวิชาการเป็นภาษาบาลี เริ่มต้นในภาคเช้า



หลัง จากที่ ฯพณฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานสัมมนาแล้ว สมเด็จพระญาณวโรดม วัดเทพศิรินทราวาสกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนาสรุปความตอนหนึ่งว่า “ใน นามคณะสงฆ์ไทย ขอต้อนรับท่านทั้งหลายที่เข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วยไมตรีจิต และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาในครั้งนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ครั้ง สำคัญให้กับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบการศึกษาภาษาบาลีในรูปแบบการสนทนา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านที่เข้าร่วมสัมมนาภาษาบาลีครั้งนี้จะได้รับ ประโยชน์สูงสุด นำมาซึ่งความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยตลอดจิรกาล”

จาก นั้นพระเทพปริยัติวิมล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ปาฐกถานำเรื่อง “พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ (เป็นภาษาบาลี)” สรุปความได้ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักการที่ประกอบด้วยเหตุและผล เป็นคำสอนที่ค้นพบหลักความจริงของธรรมชาติ ไม่ใช่คำสอนที่คิดประดิษฐ์หรือสร้างจากอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ แต่มองเรื่องของการกระทำและเหตุผลที่สัมผัสจับต้องได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังเช่นเมื่อครั้งเริ่มประกาศพระพุทธศาสนา พระอัสสชิได้แสดงธรรมแก่อุปติสสมานพว่า “ธรรมเหล่าใดเกิดจากเหตุ พระตถาคตตรัสเหตุและความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณะมีปกติตรัสอย่างนี้ ซึ่งนับเป็นการประกาศเจตนารมณ์ของศาสนาที่เน้นการสอนด้วยเหตุและผลเป็นสิ่ง สำคัญ มุ่งความสำเร็จในทางปฏิบัติอันสามารถอำนวยประโยชน์ให้แก่ผู้ศึกษาและนำไปปฎิ บัติได้จริง โดยไม่สนใจว่าภูมิหลังของแต่ละคนจะมาจากที่ใด ชนชั้นใดหรือวรรณะอะไร เพราะคนทุกคนจะดีหรือชั่วขึ้นอยู่ที่การกระทำ เป็นศาสนาแห่งการกระทำ เป็นศาสนาแห่งความเพียรพยายาม ซึ่งเป็นแนวทางแก้ปัญหาชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคม ไม่ว่าจะยุคสมัยใดหรือสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด คำสอนทางพระพุทธศาสนาก็ยังอำนวยคุณประโยชน์ให้กับคนในสังคมอยู่เสมอ เพราะโดยเนื้อแท้แล้ว พระพุทธศาสนามิใช่ศานาแห่งพิธีกรรม ไม่ใช่ศาสนาที่สอนให้อ้อนวอนเทพเจ้า แต่สอนเรื่องการดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง ให้คนทำความดีด้วยตนเอง พระพุทธเจ้าเองก็ทรงเป็นนักเหตุผลนิยม ทรงสอนให้คนช่วยเหลือตนเองโดยไม่ต้องคอยพึ่งพาอำนาจภายนอกใดๆ  ซึ่งหลายคนเมื่อได้น้อมนำคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติก็จะเห็นผลเป็นที่ ประจักษ์ด้วยตนเองทั้งสิ้น    ในวันนี้พวกเราทั้งหลายได้มารวมกันประชุมสัมมนาวิชาการพระพุทธศาสนาภาษาบาลี เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติในมงคลวโรกาสฉลองพระชันษา 8 รอบ 96 พรรษา สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผู้ทรงเป็นปธานาธิบดีแห่งคณะสงฆ์ไทย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมสัมมนาภาษาบาลีในครั้งนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดีงาม เป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเราทั้งหลายได้มีโอกาสใช้ภาษาบาลีเป็นภาษาแห่งพระพุทธ วจนะให้เป็นที่แพร่หลายปรากฏแก่สังคมโลกสืบต่อไป



ศาสตราจารย์ ดร. พระกุมาราภิวังสะ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ITMBU เมียนมาร์ นำเสนอเรื่อง “ความรู้ภาษาสันสกฤตช่วยในการศึกษาภาษาบาลีได้อย่างไร” มาถึงตอนนี้เริ่มฟังไม่รู้เรื่องแล้ว แม้จะมีเอกสารแจกให้อ่านประกอบกับคำบรรยาย แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีสักกี่คนที่ฟังรู้เรื่อง ดีหน่อยตรงที่ศาสตราจารย์ ดร. พระกุมาราภิวังสะพูดไม่นานรีบจบเสียก่อน
พระศรีคัมภีรญาณ (รศ.ดร) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยนำเสนอเรื่อง “ประวัติพระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่” มีกล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยใช้คำว่า “ไซเบอร์สังโฆ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา



พระ มหาสุรชัย วราสโภ ผู้อำนวยการวิทยาเขตบาลีศึกษาพุทธโฆส  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเสนอเรื่อง “การศึกษาในวิทยาลัยบาลีพุทธโฆส”

ศาสตราจารย์ริจชาร์ด กอมบริดจ์ อดีตประธานสมาคมบาลีปกรณ์และผู้ก่อตั้งศูนย์พุทธศาสน์ศึกษาออกฟอร์ด สหราชอาณาจักร เสนอเรื่อง “เนื้อความในภาษาบาลีควรจะได้มีการแก้ไขอย่างยิ่ง: องคุลีมาลคือใคร” สรุปความว่า การคัดลอกคัมภีร์จากภาษาหนึ่งสู่ภาษาหนึ่งอาจจะมีข้อผอดพลาดได้ ดังเช่นกรณีขององคุลีมาลที่ชาวพุทธเชื่อกันว่าพระพุทธองค์ทรงเปลี่ยนใจ องคุลีมาล มีปรากฏในมัชฌิมนิกาย  องคุลีมาลได้นามมาจาการที่เอานิ้วมือมนุษย์มาร้อยเป็นสร้อยคอ เรื่องเดิมมีอยู่ว่า ท่านองคุลีมาลเห็นพระพุทธองค์เสด็จพระราชดำเนินอยู่ในป่าและต้องการที่จะ ปลิดชีวิตเพื่อนำเอานิ้วมือมาร้อยใส่คอ แต่ก็มิอาจหยุดพระพุทธองค์ได้ หลังจากนั้นพระองคุลีมาลได้กลับใจนับถือพระพุทธศาสนาและออกบวชในทันที”  
ศาสตราจารย์ ริจชาร์ด กอมบริดจ์ได้เสนอประเด็นแย้งว่าในเรื่องดังกล่าวไม่มีการปรารภถึงลักษณะของ ท่านองคุลิมาล หรือแรงบันดาลใจในอดีต ซึ่งท่านมิได้ฆ่าผู้อื่นเพื่อชิงทรัพย์หรือมิได้ฆ่าผู้อื่นเพื่อความเพลิด เพลิน แต่ถึงกระนั้นทำไมถึงมีนิ้วมือมนุษย์แขวนคอ   หากเราศึกษาพระไตรปิฎกให้ถี่ถ้วนก็จะมีคำตอบอยู่แล้ว เพียงแต่เปลี่ยนตัวหนังสือคือท่านองคุลิมาลในอดีตบูชาพระศิวะหรือเทพเจ้าผู้ ทำลายและหากศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ซึ่งมีข้อมูลที่ว่าพระสนมของพระศิวะ คือเทพเจ้าแห่งเหล่าคนพาลและใช้มนุษย์ในการบูชายันต์ เราก็คงนึกภาพการประดับตกแต่งด้วยชิ้นส่วนของร่างกายคนและนั่นคือเหตุผลที่ ว่าสาวกของท่านจึงสะสมนิ้วมือของมนุษย์”
เมื่อศาสตราจารย์ริ จชาร์ด กอมบริดจ์เสนอจบมีผู้ผู้แสดงความเห็นแย้งหลายท่าน เรื่องนี้นับเป็นข้อมูลใหม่ที่ว่าองคุลิมาลนับถือพระศิวมาก่อนที่จะพบพระ พุทธเจ้า ผู้รู้โปรดพิจารณา



ใน ภาคเช้าจบลงด้วยศาสตราจารย์กาลมังโกดาร์ สุมนปาละ ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตศึกษาภาษาบาลีและพุทธศาสน์ ประเทศศรีลังกา นำเสนอเรื่อง “ธรรมทั้งปวงเป็นสุญญตาหรืออนัตตา” เรื่องนี้เสนอเป็นคำฉันท์จึงถอดความเป็นภาษาไทยลำบาก
การ ประชุมสัมมนาวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เรื่อง พระพุทธศาสนาในศตวรรษใหม่ (ภาคภาษาบาลี) แม้จะฟังยาก เข้าใจยาก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของนักวิชาการด้านภาษาบาลีจากประเทศต่างๆ ได้พยายามเขียนขึ้นมาด้วยภาษาบาลีเพื่อนำเสนอในที่ประชุม แม้บางท่านจะอ่านตามที่เขียนมา แต่ก็มีหลายท่านโต้ตอบกันด้วยภาษาบาลี อาจจะฟังดูติดขัดบ้าง แต่ก็ดำเนินไปได้ด้วยดี



การ ประชุมยังมีต่อไปตลอดภาคบ่าย และในวันที่ 2  ยังคงมีการประชุมอย่างต่อเนื่องโดยใช้ภาษาบาลีในการนำเสนอตลอดรายการ ใครที่คิดว่าอยากจะทดลองว่าภาษาบาลีของตนอยู่ในระดับใด ฟังออกจับใจความสำคัญได้มากน้อยเพียงใด มาชมได้ที่ห้องประชุมชั้นสอง ตึก สว.ธรรมนิเวศ วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำพู รายละเอียดการประชุมอื่นๆจะนำเสนอในโอกาสต่อไป