การสาธารณูปการ

  • ๒๕๐๙
    การก่อสร้างปฏิสังขรณ์ นับเป็นหน้าที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เพราะเป็นการช่วยบำรุงรักษาพุทธสถานและเสนาสนสงฆ์ (คือที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์) ให้คงดีอยู่ตลอดไป รวมทั้งเป็นโอกาสให้มีการสร้างสรรค์ศิลปกรรม ที่งดงามตามคตินิยมของไทย ฝากไว้ในแผ่นดินให้เป็นสมบัติของชาติต่อไปดังที่จะเห็นได้ว่า ศิลปกรรมของชาติ หลายลักษณะถูกสร้างสรรค์ไว้ในวัด เช่น โบสถ์ วิหาร การเปรียญ สถูปเจดีย์ ตลอดไปถึงจิตรกรรม และลายวิจิตรต่าง ๆ ทางคณะสงฆ์ให้ความสำคัญแก่งานในด้านนี้ถึงกับกำหนดให้เป็นองค์การหนึ่งในทาง ปกครองของคณะสงฆ์เรียกว่าองค์การสาธารณูปการ มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบต่อ สิ่งก่อสร้างที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
    งานด้าน การก่อสร้างปฏิสังขรณ์ของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ นั้น หากกล่าวตามจำนวน รายการการก่อสร้างแล้ว ก็มีจำนวนเกือบร้อยรายการ ซึ่งคงไม่จำเป็นที่จะต้องนำมากล่าวในที่นี้ แต่จะกล่าวถึงเฉพาะที่สำคัญและมีความหมายเกี่ยวโยงกับพระประวัติชีวิตของ เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ เท่านั้น สิ่งก่อสร้างที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงอำนวยการให้สร้างขึ้นที่นับว่าสำคัญ ฯ นั้น แบ่งได้เป็น๔ ประเภทคือ
    (๑) สิ่งก่อสร้างที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อแสดงกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ         
    (๒) สิ่งก่อสร้างที่ทรงสร้างขึ้นตามความรับผิดชอบในหน้าที่                                
    (๓) สิ่งก่อสร้างที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้มีพระคุณชาติบ้านเมือง      
    (๔) สิ่งที่ก่อสร้างที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไป
    คุณลักษณะที่เด่นชัดประการหนึ่งของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ก็คือ ทรงเคารพ และกตัญญูต่อพระอุปัชฌาย์อาจารย์ของพระองค์ ตลอดถึงผู้มีพระคุณต่อพระองค์ในด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก และทรงหาโอกาสที่จะตอบสนองพระคุณของท่านเหล่านั้น หรือแสดงพระคุณของ ท่านเหล่านั้นให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ ถาวรวัตถุประเภทแรก ที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงสร้างขึ้น จึงเป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อถวายเป็นอนุสรณ์แด่พระอุปัชฌาย์ อาจารย์ของพระองค์ กล่าวคือ
    ทรงสร้างศาสาการเปรียญ ภปร ถวายวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) ๑ หลัง เพื่อสนองพระคุณหลวงพ่อวัดเหนือผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ให้กำเนิดชีวิตในพรหมจรรย์แก่พระองค์เป็นครั้งแรก
    ทรงสร้าง อาคารระวิเทวานันท์ ให้แก่โรงเรียนวัดเทวสังฆาราม ๑ หลัง เพื่อสนอง คุณโรงเรียน
    ในฐานะที่เป็นสถานศึกษาแห่งแรกของพระองค์เมื่อเยาว์วัย
    ทรงสร้างอาคารถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ผู้ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ประทานอุปสมบทแก่พระองค์ ๒ หลัง คือ ตึกวชิรญาณวงศ์เป็นตึก ๔ ชั้นใช้เป็นอาคารเรียนโรงเรียนบวรนิเวศ ๑ หลัง และตึกวชิรญาณวงศ์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นอาคาร ๔ ชั้น ๑ หลัง
    ทรงสร้าง ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร เป็นอาคาร ๖ ชั้น ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ที่ทรงถือว่าเป็นพระอาจารย์ประสิทธิ์ประสาท วิชาความรู้ทางพระพุทธศาสนาแก่พระองค์ ทั้งทางปริยัติและทางปฏิบัติ
    ทรงสร้าง ศาลาวชิรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ๑๕๐ ปี ณ วัดบวรนิเวศวิหารเป็นอาคารทรงไทย ๒ ชั้นถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งขณะทรงผนวชเป็นพระภิกษุทรงพระนามฉายาว่า “วชิรญาณภิกฺขุ” และทรงครองวัดบวรนิเวศวิหารเป็นพระองค์แรก และเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่วัดบวรนิเวศวิหารสถาปนามาครบ ๑๕๐ ปี
    สิ่งก่อสร้างประเภทที่ ๒ ที่ทรงสร้างขึ้นตามความรับผิดชอบในหน้าที่ ก็ได้แก่บรรดา ถาวรวัตถุทั้งหลายภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ที่ทรงซ่อมสร้างใหม่หมดทั้งพระอาราม ในฐานะที่ทรง เป็นเจ้าอาวาสสิ่งก่อสร้างสำคัญที่ควรนำมากล่าวเป็นตัวอย่างในที่นี้ ก็คือ
    - พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นอาคารแบบโบราณแตกต่างจากพระอุโบสถทั่วไป เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ก็ได้ทรงบูรณะขึ้นใหม่โดยประดับหินอ่อนจากอิตาลีทั้งหลัง เพื่อรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมและลวดลายโบราณให้คงอยู่ตามเดิมทนทานถาวรสืบไป
    - พระเจดีย์ใหญ่วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระเจดีย์ทรงลังกาตามพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๔ เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ก็ทรงบูรณะขึ้นใหม่ให้งดงามถาวร โดยประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีทองจากอิตาลีและทรงเป็นผู้ริเริ่มนำกระเบื้อง โมเสกมาประดับพระเจดีย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นแบบให้วัดต่าง ๆ เอาอย่างกันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา
    - ตึก ภปร พิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร อาคารทรงไทย ๓ ชั้น ทรงสร้างขึ้นสำหรับเป็นที่รวบรวมและแสดงสิ่งของมีค่าน่าศึกษาของวัด เพื่อประโยชน์แก่การศึกษา ของเยาวชนและประชาชนทั่วไปการก่อสร้างและปฏิสังขรณ์ดังกล่าวเหล่านี้ ก็เพื่อแสดงกตัญญูและสนองคุณของบูรพาจารย์ทั้งหลายที่ไดบ้ ริหารปกครอง วัดใหเ้จริญวัฒนาถาวรดว้ ยดีตลอดมา และเพื่ออนุรักษสิ่งที่ท่านได้สร้างสรรค์ไว้นั้นได้วัฒนาถาวรเป็นมรดกตกทอด แก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป
    สิ่งก่อสร้างประเภทที่ ๓ คือถาวรวัตถุที่ทรงสร้างถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระคุณต่อชาติบ้านเมือง กล่าวคือ
    - ทรงสร้าง โรงเรียนสมเด็จพระปริยมหาราชรมณียเขต โรงพยาบาลสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต พร้อมทั้งพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระปริยมหาราช ณ อำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรี ถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระนิยมหาราช รัชกาลที่ ๕ ในฐานะ ที่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระปิยมหาราชเคย เสด็จประพาส
    - ทรงสร้างวัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และวัดรัชดาภิเศก อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงพสกนิกร เป็นอเนกประการ
    -
    ทรงสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทรามหาสันติคีรี ณ ดอยแม่สะลอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และตึก สว ธรรมนิเวศ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ถวายเป็นพระราชานุสรณ์ แด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในฐานะที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็น หิตานุหิตประโยชน์แก่ปวงพสกนิกรและพระพุทธศาสนาเป็นอเนกประการ
    สิ่งก่อสร้างประเภทที่ ๔ ที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนทั่วไป ก็คือ ตึก ภปร ตึกผู้ป่วยนอก ๒๔ ชั้น ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นต้นสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ย่อมเป็นสิ่งแสดงถึงพระกตัญญูธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ที่ทรง มีต่อพระอุปัชฌาย์อาจารย์และบุคคลผู้มีพระคุณให้เป็นที่ปรากฏอยู่ตลอดไป สมดังพระอัธยาศัยของพระองค์ที่ทรงรำลึกถึงพระคุณของผู้มีพระคุณอยู่เสมอ เพราะมักจะทรงปรารภ กับผู้ใกล้ชิดขณะเมื่อทรงรำลึกถึงพระคุณท่านนั้น ๆ เสมอว่า “ยังไม่ได้ทำอะไรถวายท่านองค์นั้นเลย” หรือวา่ “อันนี้ทำถวายท่านองค์นั้น” จึงทำให้เรารู้ได้ว่า สิ่งเหล่านี้ทรงสร้างหรือทำขึ้นด้วย วัตถุประสงค์อะไร
    การก่อสร้างถาวรวัตถุอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนดังกล่าวมาข้างต้น นับเป็นส่วนหนึ่ง ของงานสาธารณสงเคราะห์ของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ยังมีงานสาธารณสงเคราะห์ของเจ้าพระคุณ สมเด็จฯ ในลักษณะอื่น ๆ อีกมากที่ควรนำมากล่าวในที่นี้ คือทรงตั้งกองทุนชื่อว่า “นิธิน้อย คชวัตร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พระชนกชนนีของพระองค์ซึ่ง มีนามว่าน้อยด้วยกัน สำหรับเป็นทุนส่งเสริมการศึกษาของภิกษุสามเณรและเยาวชน เจ้าพระคุณ สมเด็จฯ มักทรงปรารภว่า “เราไม่มีโอกาสเรียน จึงอยากส่งเสริมคนอื่นให้ได้เรียนมาก ๆ”
    โดยเฉพาะพระชนนี คือนางน้อยนั้น เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้แสดงกตัญญูสนองคุณ โดยนำมาอุปการะดูแลอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี จนถึงแก่กรรม เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๘ เจ้าพระคุณสมเด็จฯทรงรักเคารพพระชนนีมาก (พระชนกถึงแก่กรรมตั้งแต่พระองค์ทรงเยาว์วัย)พระชนนีเย็บอาสนะผ้าถวาย พระองค์ผืนหนึ่ง แต่ครั้งยังเป็นพระเปรียญเพื่อทรงใช้สอย และทรง ใช้มาตลอด แม้จะเก่าแล้วก็ทรงวางไว้ใต้อาสนะผืนใหม่ที่ทรงใช้ เมื่อทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้วอาสนะผืนดังกล่าวพระองค์ก็ โปรด ให้วางไว้ใต้ที่บรรทม เคยมีเด็กจะเอาไปทิ้ง เพราะเห็นเป็นผ้าเก่าๆ มีรับสั่งว่า “นั่นของโยมแม่ เอาไว้ที่เดิม” อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงถึงความผูกพัน ระหว่างเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ กับพระชนนี คือเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ เคยสเวยหมากเป็นประจำ เพราะพระชนนีทำถวายทุกวัน เมื่อพระชนนีถึงแก่กรรม (ขณะทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ) หยุดเสวยหมายแต่นั้นมา
    ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการกุศลต่างๆ หลายมูลนิธิ กล่าวคือ มูลนิธิสงเคราะห์คนเป็นโรคเรื้อนมูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์ มูลนิธิพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย มูลนิธิแผ่นดินธรรม มูลนิธิสงเคราะห์และฟื้นฟูจิตใจผู้ติดยาเสพติด เป็นต้นที่นับว่าสำคัญก็คือ ทรงพระดำริให้จัดสร้าง “ตึกสกลมหาสังฆปริณายก” ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ รวม ๑๙ พระองค์ ในถิ่นที่ขาดแคลนสถานพยาบาล กระจายไปในจังหวัดต่าง ๆ ทุกภาคของประเทศ พร้อมทั้งโปรดให้สร้างพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชทั้ง ๑๙ พระองค์ประดิษฐไว้เป็นที่สักการะบูชาประจำโรงพยาบาลที่สร้างถวายเป็นพระ อนุสรณ์แต่ละแห่งด้วย โรงพยาบาลสกลมหาสังฆปริณายกทั้ง   แห่งดังกล่าวได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
    ๑.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธ์ุถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) วัดระฆังโฆษิตาราม
    ๒.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๒ ณ โรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (สุก) วัดมหาธาตุ
    ๓.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๓ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (มี) วัดมหาธาตุ
    ๔.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๔ ณ โรงพยาบาลเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) วัดมหาธาตุ
    ๕.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๕ ณ โรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงราย ถวายเป็นพระ อนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุ
    ๖.   ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๖ โรงพระปริยัติธรรมวัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่ ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช (นาค) วัดราชบุรณะ
    ๗. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๗ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส (พระองค์เจ้าวาสุกรี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    ๘.   ตึกสกลมหาสังปริณายก ๘ ณ โรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้าฤกษ์) วัดบวรนิเวศวิหาร
    ๙.  ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๙ ณ โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
    ๑๐. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๐ ณ โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ถวายเป็น พระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ) วัดบวรนิเวศวิหาร
    ๑๑. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๑ ณ โรงพยาบาลนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
    ๑๒. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๒ ณ โรงพยาบาลขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ถวายเป็นพระนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศน์เทพวราราม
    ๑๓. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๓ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ชื่นนภวงศ์) วัดบวรนิเวศวิหาร
    ๑๔. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๔ ณ โรงพยาบาลอ่าวลึก จึงหวัดกระบี่ ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
    ๑๕. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๕ ณ โรงพยาบาลตราด จังหวัดตราด ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ
    ๑๖. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๖ณ โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) วัดมกุฎกษัตริยาราม
    ๑๗. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๗ ณ โรงพยาบาลลานสะกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดพระ เชตุพนวิมลลังคลาราม๑๘. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๘ ณ โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิต มหาสีมาราม
    ๑๙. ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๙ ณ โรงพยาบาลท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ถวายเป็น พระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร
    นอกจากนี้ยังทรงอุปถัมภ์การก่อสร้างวัดในต่างประเทศอีกหลายแห่งคือ
    วัดพุทธรังษี ในอุปการะของมหามกุฏราชวิทยาลัย ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
    ก่อตั้ง เมื่อ พ . ศ . ๒๕๑๕ และเปิดวัดเป็นทางการ เมื่อ พ . ศ . ๒๕๑๘
    วัดจาการ์ตาธรรมจักรชัย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เริ่มก่อสร้างเมื่อ
    พ. ศ. ๒๕๒๕ และผูกพัทธสีมา เมื่อ พ. ศ. ๒๕๒๘
    อุโบสถวัดสิริกิตติวิหาร ณ เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล วางศิลาฤกษ์เมื่อ
    วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ. ศ. ๒๕๓๑
    วัดแคโรไลนาพุทธจักรวนาราม รัฐนอร์ธแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
    เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ. ศ. ๒๕๓๐