พระกรณียกิจประจำ

  • ๒๕๐๙
      พระกรณียกิจประจำ
      ทรงแสดงพระธรรมเทศนาประจำวันอุโบสถเวลาเช้า ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
      ทรงบรรยายธรรมในการฝึกอบรมการปฏิบัติทางจิต ( กรรมฐาน ) ประจำวันพระ และหลังวันพระ ณ ห้องประชุม ชั้น ๒ ตึก สว. ธรรมนิเวศ
      ทรงบรรยายในรายการบริหารทางจิตสำหรับผู้ใหญ่ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง  อ. ส. พระราชวังดุสิต ประจำทุกวันอาทิตย์
      พระกรณียกิจพิเศษ
    พุทธศักราช ๒๔๙๕ ร่วมในคณะทูตพิเศษที่มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ฯ ส่งไปร่วมฉลองพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุพระอัครสาวก ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
    พุทธศักราช ๒๔๙๖ เป็นกรรมการตรวจชำระพระคัมภีร์ฎีกา
    พุทธศักราช ๒๔๙๗ ร่วมในคณะพระเถระแห่งคณะสงฆ์ไทย ไปร่วมประชุมสมัยที่ ๒ แห่งฉัฏฐสังคายนาพระไตรปิฏก ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า
    พุทธศักราช ๒๔๙๙












     
    สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเลือกให้เป็น“ พระอภิบาล ” ( พระพี่เลี้ยง ) ของพระภิกษุ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ในระหว่างทรงผนวชเป็นพระภิกษุ และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคมถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน เสด็จออกทรงผนวชเป็น พระภิกษุในพระพุทธศาสนา และเสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงปฏิบัติสมณธรรมเป็นเวลา ๑๕ วัน จึงทรงลาผนวช ในการเสด็จออกทรงผนวชของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์ สำคัญของชาติและเป็นภารกิจสำคัญของวัดบวรนิเวศวิหารที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ ในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการทรงผนวชครั้งนี้ให้ลุล่วงไป  ด้วยดีสมพระราชประสงค์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์พระราชอุปัธยาจารย์ในการทรงผนวชครั้งนี้ ได้ทรงเลือกเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯขณะทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระโศภนคณาภรณ์ ให้เป็นพระอภิบาล (พระพี่เลี้ยง) ในการทรงผนวช ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นหน้าที่สำคัญ เพราะจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ถวาย คำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับการทรงผนวชแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนับแต่ก่อนการทรง ผนวชจนตลอดระยะเวลาแห่งการทรงผนวช การที่เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ทรงได้รับเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ฯ ทรงไว้วางพระทัยในพระปฏิปทาและความสามารถของเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ว่าจะทรงปฏิบัติที่สำคัญครั้งนี้ได้เรียบร้อยสมบูรณ์ และก็ปรากฏว่า เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ได้ทรง ปฏิบัติหน้าที่พระอภิบาลสนองพระเดชพระคุณได้เรียบร้อยสมบูรณ์ทุกประการ จากการที่ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่พระอภิบาลในการทรงผนวชครั้งนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ จึงได้ทรงเป็นที่ทรงเคารพนับถือในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแต่บัดนั้น และทรงรับหน้าที่ถวาย พระธรรมเทศนาและถวายธรรมกถา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสต่าง ๆ ตลอดมา ทั้งที่เป็นงานพระราชพิธีและเป็นการส่วนพระองค์
    พุทธศักราช ๒๕๐๑ เป็นกรรมการมูลนิธิส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา และมนุษยธรรม ( ก. ศ. ม.)
    พุทธศักราช ๒๕๑๕ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์คนเป็นโรคเรื้อน
    พุทธศักราช ๒๕๑๖ ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม และรองประธานกรรมการ คณะธรรมยุตทรงได้รับฉันทานุมัติจากกรรมการคณะธรรมยุต ให้เสด็จไปตรวจการคณะสงฆ์และทรงเยี่ยมพุทธศาสนิกชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม ๙ จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดขอนแก่น
    พุทธศักราช ๒๕๑๙ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิสังฆประชานุเคราะห์
    พุทธศักราช ๒๕๒๐ เป็นประธานอำนวยการมูลนิธิมหาวชิราลงกรณ์
    พุทธศักราช ๒๕๒๑

     
    เป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ ฯ สยามมกุฏราชกุมาร ในการทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเป็นพระอาจารย์ถวายการอบรมพระธรรมวินัย ขณะที่พระภิกษุสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ ฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร  ระหว่างวันที่ ๖ – ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๒๑
    พุทธศักราช ๒๕๒๒ เป็นประธานอำนวยการมูลนิธิสิรินธร
    พุทธศักราช ๒๕๒๔

     
    ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม และประธานกรรมการคณะธรรมยุต ทรงได้รับฉันทานุมัติจาก กรรมการคณะธรรมยุต ให้เสด็จไปตรวจการ คณะสงฆ์และทรงเยี่ยมพุทธศาสนิกชน ในภาคเหนือ รวม ๑๐ จังหวัด คือ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดตาก จังหวัดลำปาง จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่  จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดกำแพงเพชร
    พุทธศักราช ๒๕๒๕ เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเสสกถา ในพระราชพิธีเฉลิม พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
    พุทธศักราช ๒๕๒๖ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิวัดญาณสังวราราม ในพระบรมราชูปถัมภ์
    พุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
    พุทธศักราช ๒๕๒๘


     
    เป็นผู้อ่านพระอภิธรรมนำพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี  พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ในกระบวนพระราชอิสริยยศ สู่พระเมรุมาศ ณ ท้องสนามหลวง เป็นรองประธานกรรมการสังคีติการกสงฆ์ ในการสังคายนา พระธรรม วินัย ตรวจชำระพระไตรปิฎก เป็นสังฆปาโมกข์ปาลิวิโสธกพระวินัยปิฎก ในการสังคายนา  พระธรรมวินัย ตรวจชำระพระไตรปิฎก เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๕ รอบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ฯ สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร จนสำเร็จทันในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา
    พุทธศักราช ๒๕๓๐


     
    เป็นประธานกรรมการมูลนิธิแผ่นดินธรรม เป็นประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสงเคราะห์และฟื้นฟูจิตใจผู้ติดยาเสพติด  เป็นพระอุปัชฌาย์ ในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชฯ สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ในการหม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล พระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช  เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ ฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงผนวชสามเณร  ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันอังคารที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๐
    พุทธศักราช ๒๕๓๒
     
    เสด็จเยี่ยมพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนใน ๕ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ตามคำกราบทูล อาราธนาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้  ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๔ กันยายน ๒๕๓๒
    พุทธศักราช ๒๕๓๓ เป็นประธานสงฆ์ในการเจริญพระพุทธมนต์พระราชพิธีพุทธาภิเษก พระพุทธรูปชัยวัฒน์และพระกริ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา และ เป็นประธานจุดเทียนชัย ทรงนั่งปรก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม